(ปีของการทำอาหารในครัวเรือนและสินค้า Private labels)

แนวโน้มของผู้บริโภคที่จะมีผลต่อมูลค่าการขายสินค้าอาหารทะเลในปี 2013 มีสองประการคือ การขยายตัวของสินค้า Private labels และการที่คนอเมริกันทำอาหารในครัวเรือนเพิ่มขึ้น



รายงานวิจัยจากบริษัท Mintel ที่ดูแลข้อมูลด้านตลาดโลก (Global Market intelligence) ประมาณร้อยละ 30 ของสินค้าอาหารทั้งหมดที่วางขายระหว่างเดือนมกราคมถึงตุลาคมปี 2012 เป็นสินค้า Private labels โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2011 และแนวโน้มนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับการทำอาหารรับประทานเองที่บ้านซึ่งเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

“ชาวอเมริกันมีทางเลือกหลากหลายมากขึ้นจากสินค้า Private labels – ซึ่งหมายถึงทางเลือกของสินค้าราคาถูกกว่าแต่คุณภาพเท่ากัน – และทำให้การทำอาหารที่บ้านด้วยตัวเองได้ง่ายขึ้นไม่ว่าครอบครัวนั้นจะมีรายได้ระดับใด”

สินค้าปลาและอาหารทะเลคิดเป็นร้อยละ 30.6 ของยอดขายปลาและอาหารทะเลทั้งหมด (สินค้าสด แช่เย็น แช่แข็งและสินค้าทะเลทั่วไปที่วางอยู่บนชั้นวางสินค้า) ในหมวดสินค้าอาหาร สินค้ายารักษาโรคซึ่งเป็นการ

เก็บข้อมูลจากร้านค้าขนาดใหญ่ในช่วงเวลา 52 อาทิตย์ สิ้นสุดในวันที่ 8 กรกฎาคม 2012 ตามรายงานจากการวิจัยของ Mintel ยิ่งไปกว่านั้นตามรายงานของ Mintel ร้อยละ 52 ของผู้บริโภคที่ซื้อปลาเห็นด้วยที่ว่าสินค้าปลาที่เป็น Private label มีคุณภาพดีเทียบเท่ากับสินค้าปลาที่ติดแบรนด์ที่รู้จักกันทั่วไป (brand name) และเกินกว่าร้อยละ 49 ของผู้บริโภคเชื่อว่าสินค้า Private label เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่จะจ่ายน้อยกว่า

ไม่ว่าผู้บริโภคชาวอเมริกันจะซื้อปลาที่ติด Private label หรือติดแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก ชาวอเมริกันก็ประกอบอาหารในบ้านมากขึ้น ร้อยละ 26 ของผู้บริโภคกล่าวว่า ผู้บริโภค “รัก” การทำอาหารและร้อยละ 35 “ชอบ” ในการทำอาหาร ในทางตรงกับข้าม เพียงร้อยละ 9 ของผู้บริโภค “ไม่ชอบทำอาหาร” รับประทานเองที่บ้าน ยิ่งไปกว่านั้นเกินกว่าร้อยละ20 ของผู้บริโภคเล่าว่าความสามารถในการทำอาหารของตนเอง “เพิ่มขึ้น” และประมาณร้อยละ 46 มีความเชื่อว่ามีความสามารถในการทำอาหารปานกลาง

ชาวอเมริกันยังคงมีความกังวลในเรื่องการทำอาหารทะเลที่บ้านด้วยตนเอง ร้อยละ 17 ของชาวอเมริกันไม่รับประทานปลาที่บ้านเพราะไม่รู้จักวิธีการเตรียม/ปรุง “การจัดหาตำราทำอาหารหรือเกร็ดความรู้ของสินค้าอาหารทะเลในบริเวณพื้นที่ทางเดินของหมวดอาหารแช่แข็งสามารถจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าอาหารทะเลได้ ซึ่งต่างกับสินค้าไก่ (Poultry) หรือสินค้าอาหารประเภทโปรตีนอื่นที่ผู้บริโภคทราบวิธีการอยู่แล้ว

ความท้าทายอีกอย่างหนึ่งของการทำอาหารทะเลที่บ้านคือร้อยละ 70 ของชาวอเมริกันที่ซื้อปลายอมรับว่ารับประทานปลาเพียงชนิดเดียว แต่ร้อยละ 43 กล่าวว่ามีความต้องการที่จะลองปลาและอาหารทะเลที่มีเปลือกชนิดใหม่ๆ ขณะที่มีความต้องการที่จะเตรียมอาหารปลาหลากหลายชนิดที่บ้าน อีกหลายคนยังไม่รู้จักวิธีการเตรียมและประกอบอาหารที่ถูกต้อง ผู้บริโภคจะไม่ซื้อปลาที่วางขายในท้องตลาด ถ้าผู้บริโภคไม่รู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไร

ผู้ผลิตและร้านค้าปลีกต้องหาทางในการให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าอาหารปลาและอาหารทะเลหลายชนิด ขจัดความลังเลในการซื้อ รวมทั้งหาวิธีให้ผู้บริโภครับประทานปลาและอาหารทะเลบ่อยขึ้น

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก

วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๖

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!



Login Form