หลังจากช่วงฤดูกาลช้อปปิ้ง Holiday Shopping Season ที่เพิ่งผ่านไปอย่างไม่น่าพอใจสำหรับร้านค้าปลีกทั้งหลาย Forbes.com ได้เสนอรายงาน ร้านค้าปลีกที่คาดว่าจะไม่มีให้เห็นอีกในปี ๒๕๕๖ ดังนี้



1. Fashion Bug ร้านค้าปลีกแบบลูกโซ่ (Chain Stores) สินค้าเสื้อผ้าผู้หญิง ซึ่งปิดไปแล้วกว่า ๑๐๐ แห่งในปี ๒๕๕๔ และได้ประกาศปิดอีก ๖๐๐ แห่งที่เหลือในปี ๒๕๕๕ บริษัท Charming Shoppes ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ได้ขายกิจการของบริษัทไปให้ Ascena Retail Group ซึ่งเข้าควบคุมกิจการที่เหลืออยู่ของ Bryant และ Catherines

2. Blockbuster บริษัทนี้ถูกซื้อจากการดำเนินกิจการล้มละลายไปโดยบริษัทแม่ Dish Network ซึ่งได้ปิดร้านไป ๕๐๐ แห่งในปี ๒๕๕๕ และมีแผนที่จะลดขนาดของร้านจำนวน หนึ่งในสามที่ยังเหลืออยู่

3. Abercrombie & Fitch ถึงแม้ตัวร้านที่เป็นร้านเดี่ยวจะยังไปได้ดี แต่ร้านที่อยู่ในห้างสรรพสินค้ามียอดขายต่ำมาก ซึ่งจะต้องปิดตัวลง บริษัทประกาศปิดแล้ว ๑๘๐ แห่ง แต่จะหันไปขยายตัวในต่างประเทศมากขึ้น

4. Sears บริษัท Sears Inc.เจ้าของ Sears และ KMart ประกาศปิดห้าง ๑๗๒ แห่ง และยังจะทยอยปิดเพิ่มอีก

5. Ritz Camera ตอนนี้ขายได้แต่เฉพาะทาง website และในห้างไม่กี่แห่งเท่านั้น บริษัทแม่ Wolf Camera กำลังยื่นล้มละลายทรัพย์สินที่เหลืออยู่

6. Collective Brands (Stride Rites, Payless) ในปี ๒๕๕๔ บริษัทประกาศว่ามีแผนปิด ๔๗๕ แห่ง และจะยึดแผนเดิมต่อไปอีกในปี ๒๕๕๖

7. Pacific Sunwear ร้านขายปลีกเสื้อผ้าวัยรุ่นได้ลดขนาดลงตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ และประกาศปิดเพิ่มอีก ๑๒๐ แห่งในปี ๒๕๕๕

8. Christopher & Bank จากตัวเลขขาดทุน ๒๒ ล้านเหรียญฯในปี ๒๕๕๔ นำไปสู่การประกาศปิดร้าน ๑๐๓ แห่งในปลายปี ๒๕๕๔ และจะปิดเพิ่มอีกในปี ๒๕๕๖

10. Gap ในขณะที่ร้านใหญ่ๆของ Gap ขยายออกไปยังเอเซียอย่างต่อเนื่อง แต่ในสหรัฐฯเอง Gap จะปิดร้าน ๑๐๐ แห่ง ซึ่งนับรวมแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา ปิดไปแล้วประมาณ ๗๐๐ แห่ง

11. Esprit หลังจากขาดทุนอย่างหนักกว่า ๒๐๐ ล้านเหรียญฯตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ บริษัทตัดสินใจจะปิดร้านที่ยังเหลืออยู่ทั้งหมด

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก

๑๘ มกราคม ๒๕๕๖, apparelexecutives.com

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!



Login Form